tag แสนสนุก

posted on 17 Mar 2008 15:53 by drizzle-it

1.​ที่มาของชื่อ​และ​ความ​หมาย​ :

เป็นอาการล่องลอยในอากาศ เพราะคนเราชอบล่อยลอยในโลกแห่งความเหงาในเวลาค่ำคืน

2. ​อายุ​และ​วันเกิด​ :

  - ​อายุ​ 23 ปี  ​เกิดวันเสาร์ที่​ 11 มีนาคม 2528 ​

3. ​สถานที่​เกิด​ :

 ​- รพ​. ​เกษมราษฏ์​

4. ​มีพี่น้อง​ :

 ​- 2 คน 

5. ​ฉายา​ ​ขำ​ ​ขำ​ ​ที่​เพื่อนเรียก​ :

 - ​ไอ้เฟีย (เพื่อนสมัยมัธยม)​ , คนบ้า (เพื่อนสมัยมหาลัย) 

6. ​งานอดิ​เรก​ & Life style :

 ​- เสพหนังสือกำลังภายในและหนังสือทุกประเภท , แอบอ่านหัวเอ็มชาวบ้านโดยไม่เข้าไปคุย , รับจ้างอกหักทั่วราชอาณาจักร , ปลดปล่อยอารมณ์บ้าไปกะเพื่อนๆที่วง Telephone love

7. ​สถานที่ช็อปปิ้ง​ :

 ​- ร้านหนังสือเก่ายูเนี่ยนมอลล์ 

8. ​โรงภาพยนต์​ :

 ​- ไม่มีโรงประจำ

9. ​คำ​ที่บ่งบอก​ความ​เป็น​ตัวเอง​ :

 - เหงาง่าย ขี้รำคาญ อยากมีแฟน แต่ก็อยากอยู่คนเดียว ....เป็นห่าไรของมึ๊งงงงงง

10. ​กิจกรรมที่ชอบทำ​ :

- ฟังเพลงดีๆเวลานั่งรถกลับบ้าน , เล่นดนตรีเพื่อปลดปล่อยสุนทรียภาพทางอารมณ์

11. ​เว็บไซต์ที่​เข้า​บ่อย​ :

 - google , YOU Tube

12. ​สไตล์การแต่งตัว​ :

- ​ข้างบนเสื้อเชิ้ตกำมะหยี่แขนยาวปลดกระดุมบนสองเม็ดโชว์แผงอกที่อุดมไปด้วยขนรุงรังคล้ายกอลิร่าที่เขาดิน กางเกงสแล๊คดำมันรัดตูด รองเท้าหัวเชิดหนังงูจากสวิต ...ใช่เลย!!เกย์แน่นอน บรื๊อ..อ..อ

13. ​ใช้​โทรศัพท์รุ่นไหน​/​เสียงเรียก​เข้า​ :

- ​sony ericson k750i ที่สภาพเหมือนคนเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย เน่ามาก ถลอกปอกเปิก หน้ากากหาย ไม่มีปุ่มวางสาย ต้องให้อีกฝั่งวางก่อน เพื่อนๆเรียกตัว Top  เสียงเรียกเข้าใช้เพลง Guys Like You Make Us Look Bad ของ BlessThe Fall

14. ​ของสะสม​ :

 - ​หนังสือ ไม้กลอง

15. ​สีที่ชอบ​ :

- ​ไม่มี

16. ​เวลา​เหงา​ ​เหงา​ ​ทำ​อะ​ไร​ :

- ​แอดเอ็มชาวบ้านมานั่งอ่านหัวเอ็มแล้วก็ delete , นั่งเขียนบันทึกย้อนหลังของอาทิตย์ที่แล้ว , แกล้งหมาที่บ้าน, คุยกะไอ้อ๊อด( อึ่งอ่างที่ย่าเลี้ยงไว้ในห้องน้ำ )

17. ​ชอบดูหนังแนวไหน​ ​และ​ ​หนังที่ประทับใจที่สุด​ :

- หนังรักชวนอ้วก เช่นเรื่อง fly me to the popalis (พิมพ์ถูกป่าวหว่า) , ing , ชอบฉากจบของหนังเรื่อง cast away

18. ​ชอบฟังเพลงแนวไหน​ ​และ​ ​เพลงที่ชอบที่สุด​ : pyschedelic / rock / ambient / emo / punk / สรุปชอบทุกแนวเว้นวงไทยเกือบทุกวง 

19. ​เครื่องประดับที่ขาด​ไม่​ได้​ :

- กระเป๋าเป้ , นาฬิกา

20. ​ของที่ติดสุดๆ​ :

- ​บุหรี่ , หนังสือ , เครื่องเล่นmp3 ภายในบรรจุเพลงที่มีอานุภาพสร้างโลกส่วนตัวได้ ไว้เต็ม1กิ๊ก

21. ​เพื่อนที่สนิทที่สุดคือใคร​ :

- บอกไปเดี๋ยวเพื่อนคนอื่นจะน้อยใจได้นะ

22. ​ผู้​ชายที่ทำ​ให้​ใจ​ไม่​อยู่​กับ​เนื้อ​กับ​ตัว​ :

- ​เปลี่ยนเป็นผู้หญิงได้หรือไม่ 

23. ​ผู้​หญิงที่ดูดีที่สุด​ใน​สายตาคุณ​ :

- บนโลกนี้ไม่มีใครดูดีที่สุด

24. ​ความ​สามารถ​พิ​เศษ​ :

- ​สามารถตีกลองตามไอ้คุณอาลีมือกีต้าร์ที่ชอบแต่งเพลงสดๆได้อย่างสม่ำเสมอ

25. ​อาหารที่อร่อยที่สุด​ :

- ​เป็ดย่างเอ็มเค

26. ​ของที่​เห็น​แล้ว​ต้อง​ซื้อ​ :

- บุหรี่แปลกๆ , หนังสือที่ต้องตาต้องใจ

27. ​สิ่งที่​เห็น​แล้ว​ต้อง​ ​ยี๊​~ :

- ​แมลงสาป และ ไอ้หมัก

28. ​หนังสือเล่มโปรด​ :

- ​การ์ตูนทุกตอนของพี่ตั๊ม วิสุทธิ์ , หนังสือทุกเล่มของพี่คมสัน นันทจิต , นวนิยายกำลังภายในทุกเรื่องของโกวเล้ง

29. ​คำ​พูดที่ดีที่สุดที่คน​อื่น​พูด​ถึง​เรา​ :

- ​อย่างน้อยมันก็เป็นคนดีนะเว้ย

30. ​ประ​เทศที่อยากไป​ :

- ​​ประเทศเชียงใหม่ได้มั้ย ผมรักเชียงใหม่

31. ​ปกติ​เข้า​นอนกี่​โมง​ ​และ​ ​ตื่นกี่​โมง​ :

- ตีสองครึ่ง ตื่นหกโมงกว่าเพื่อมากดปิดนาฬิกาปลุก2เครื่องแล้วนอนต่อ...สุดท้ายไปทามงานสายทุกวัน!!!

32. ​ชุดนอนที่​ใส่​ :

- ชุดราชปะแตนผ้าใหมทอง รับเสด็จ

33. ​นอน​ไม่​หลับทำ​อะ​ไร​? :

- แอดคนไม่รู้จักมาเพื่ออ่านหัวเอ็ม เล่นกีต้าร์  ตีกลองลมอยู่คนเดียวในห้อง

34. unseen ​เวลานอน​ต้อง​กอด​ :

- แขนตัวเอง

35. ​สิ่งที่ทำ​บ่อยจนติด​เป็น​นิสัย​ :

- ​แอบอู้งานไปยืนรับลมดูดบุหรี่ , ชอบเม้มปาก , ยิ้มมั่วซั่ว ,  ยืนกับเพื่อนนินทาคนที่แย่งเก้าอี้ผู้หญิงนั่งบนรถเมล์แบบประชิดตัว (อย่าเรียกว่านินทาจะดีกว่า)

36. ​นิสัยแย่ๆ​ที่​แก้​ไม่​ได้​ :

- ก็ไอ้ที่ทำบ่อยจนติดเป็นนิสัยข้างบนนี่แหละ

37. ​เรื่องที่​เห่อที่สุด​ :

- มีเพลงดีๆผ่านเข้ามาในชีวิตเพิ่มขึ้นอีกเพลง (straight jacket feeling)

38. ​ไอดอล​ใน​ดวงใจ​ :

- ไม่เคยมี 

39. ​ศิลปินคนโปรด​ :

- john frusciante ,  The All American Rejects , BlessTheFall , funeral for a friend , new found glory , Travis , RED HOT CHILIPEPLE , jet , explosion in the sky

40. ​สัตว์​เลี้ยง​ :

- เคยมีเต่าดาวอินเดีย ตายไปแล้ว เลิกเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด

41. ​ส่วน​ใหญ่​จะ​ตื่นเต้นที่สุดเวลา​ :

- รถเมล์ใกล้จะถึงป้าย , ได้หนังหื่นใหม่ๆมาดู ,  จังหวะบอกรักคนดีๆซักคน

42. ​สเป๊กคนรู้​ใจ​ :

- ​ขอเป็นคนตัวขาว ที่มีความอดทนสูง  ไม่เป็นมวยไทยและกีฬาที่ใช้กำลังทุกประเภท

43. ​ดอกไม้ที่บ่งบอก​ความ​เป็น​ตัวเรา​ :

- ดอกมัม

44. ​ถ้า​วันแห่ง​ความ​รัก​ไม่​ใช่​วันที่​ 14 ​กุมภา​ ​อยาก​ให้​เป็น​วันอะ​ไร​ :

- วันทุกวันเลย เห็นคนแสดงความรักให้กันทุกวันอบอุ่นดีนะ

45. ​เปรียบ​ความ​รัก​เป็น​อะ​ไร​ :

- ความสุข

46. ​ถ้า​เป็น​ผู้​ชาย​ได้​ 1 ​วัน​ :

- นี่ก็เป็นมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้วนี่นา

47. ​ถ้า​โลกแตก​จะ​ทำ​อะ​ไร​ :

- เอากาวตราช้างต่อ...ตลกเกินไปแล้ว   อืม..อยากหลายอย่างนะแต่ที่หลักๆก็อยู่กะแฟน  ...เพราะฉะนั้นตัดปัญหาโดยการพาแฟนไปด้วยทุกที่  เช่นพาแฟนออกปล้นสะดมเป็นเพื่อน , ชวนแฟนลากไม้หน้าสามตามไล่ทุบนักการเมืองที่ไม่ชอบขี้หน้า และก็จบด้วยการนั่งข้างๆมองตากันบนยอดตึกที่สูงที่สุด(ในละเเวกนั้น)จวบจนโลกใบนี้มลายหายไป โอ๊วว..โรแมนติกอะไรปานนั้น

48. ​เรื่องอะ​ไรที่ทำ​ให้​เสียน้ำ​ตา​ :

- เรื่องการหั่นหอมใหญ่เวลาทามกับข้าวที่บ้าน

49. ​อยากพูดอะ​ไรที่สุดตอนนี้​ :

- เหมือนสั่งเสียยังไงก็ไม่รู้นะครับ

50.​สิ่งที่อยาก​จะ​ฝาก​ถึง​คนที่​เรา​แทคต่อ​ :

- มันก็สนุกดีนะ

...จากบันทึกสู่บันทึก

posted on 14 Mar 2008 00:43 by drizzle-it

จากบันทึกเก่า 

25 พฤษภาคม 2549

วันนี้นั่งเก็บห้อง  เคลียร์ของ 

...เจอแต่ความทรงจำ

...ทั้งรูปเรากับส้ม

...ทั้งรูปเพื่อนๆ

...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พวกเราคบกันมานานขนาดนี้แล้วหรอวะ..ถ้าไม่เห็นรูปสมัยก่อน  คงไม่มีทางเชื่อ...

 

พวกเราคบกันในขณะที่พวกเรากำลังเปลี่ยนแปลง

.......กำลังค้นหาตัวเอง......

......การแต่งตัวที่เปลี่ยนไป......

......ความคิดที่ไม่เหมือนเดิม......

.......เริ่มมองโลกในมุมมองที่เราไม่เคยเห็น.....

 

ระหว่างที่เราเดินทางผ่านเวลา

เราลืมไปรึป่าวว่ามีใครอยู่ข้างๆเราตรงนั้นตลอดมา

........เพื่อน........

 

................พวกเราจะจบแล้วหรอวะ..............

...............กูคิดถึงพวกมึงจัง..............

 

14 มีนาคม 2551

...............กูยังคิดถึงพวกมึงอยู่นะ............

 

กก บทความที่บอกให้ส่งไปให้เนี่ยคิดไม่ออกว่ะ ....เอาบันทึกฉบับนี้ไปแทนละกัน

เมื่อเช้านั่งอ่านข่าวที่อ๊อฟฟิศ เป็นข่าวแก็งค์ปาหินอีกแล้ว คราวนี้คนตายเป็นเด็กอายุประมาณ12ขวบ ดูภาพประกอบไปด้วยรู้สึกสะเทือนอารมณ์มาก  ขอยกตัวอย่างบทความในหนังสือพิมพ์มาตอนนึง

"ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน จึงไปรับลูกชายมาอยู่ที่บ้าน และไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา รวมทั้งตอนขับรถบรรทุกไปส่งของก็จะพาลูกไปด้วยเพราะอยากใกล้ชิดลูก ดช.อนุพงษ์ ก็มีความสุขที่ได้มาอยู่กับพ่อ และสนุกสนานกับการนั่งรถไปกับพ่อ "

 "ลูกผมเป็นเด็กดี นิสัยเรียบร้อย ชอบช่วยเหลืองานบ้านไม่เคยดื้อเลย ผมเสียใจมาก  ผมมีลูกชายคนเดียวก็ตั้งความหวังกับเขาไว้มาก เวลาขับรถไปด้วยกันก็จะสอนให้เขาเป็นคนดี  ผูกพันกันมาก  พยายามทามงานเก็บเงินหวังจะส่งเสียให้เขาได้เรียนหนังสือสูงๆ จะได้ไม่ต้องมาลำบากเหมือนผม ลูกผมเคยบอกว่าพอเรียนจบอยากเป็นทหารไปรบกับโจรใต้ที่บุกมาแบ่งแยกดินแดนประเทศไทย  ไม่คิดว่าน้องมอสต้องมาจากไปด้วน้ำมือคนที่ไม่เคยมีความขัดแย้งกันมาก่อน  คนทำมันน่าจะจะปาให้โดนผมมากกว่าให้โดนลูกผม เขายังมีอนาคตอีกไกล ผมรู้สึกหัวใจสลายอยากตายตามลูก "

บอกตรงๆเลยว่าอ่านข่าวไปด่าไป..ไอ้เหี้ยเอ้ย!! ไอ้สัตว์นรกก!!! (กรุณาอย่าเซ็นเซอร์) แบบว่าเข้าใจเลยนะไอ้ความรู้สึกสูญเสียของพี่เค้าเนี่ย......เพราะผมเองก็พอรู้ว่าพ่อน่ะรักเราแค่ไหน  ถ้าวันนึงมันเกิดขึ้นกับเราหรือกับคนใกล้ตัวเรามันจะเป็นยังไงไม่อยากคิดเลยจริงๆ  ไอ้เวรตะไลพวกนี้มันไม่มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลยรึงัยวะ อยากไปเป็นส่วนหนี่งในกลุ่มคนที่ร่วมกระทืบเวลาทำแผนจิงๆๆ   ขอโทษด้วยที่วันนี้เดือดไปหน่อยหยาบคายไปนิด  แต่มันทนไม่ไหวจริงๆ(โว้ยยย!!)

untitled

posted on 09 Mar 2008 01:11 by drizzle-it

คุยกับเพื่อนสาวที่สนิทสนมอยู่คนนึงในเอ็มเมื่อกี้แล้วรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างขึ้นมา

ทีแรกคุยกันแบบไม่มีอะไร จนกระทั่งเราไปทักรูปแฟนเก่าของเขา อะไรบางอย่างก็เลยกระทบกระเทือนขึ้นมา

"ดูรุปแล้วก็คิดถึงมัน" 

  "เปนช่วงเวลาสั้นๆที่มีความสุขมาก"  

  "...เฮ้อ" 

 ฟังแล้วความเศร้ามันก็ผุดขึ้นมาพร้อมกับความสงสัยในใจเล็กน้อยว่า....

....ถ้าที่ผ่านมันเป็นช่วงเวลามีความสุขแล้วจะคิดถึงตอนที่เศร้าไปทามไม

คนเราทำไมเมื่อเลิกกันมักจะจดจำแค่วันที่เลิกรากันแค่นั้นเองหรือ? ไหนบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่มีความสุขยังไงล่ะ

ถ้ามันมีความสุขจิงทามไมเราถึงมองย้อนกลับไปด้วยความเศร้าอีก   รึว่ามนุษย์เรามีต่อมรับรู้ความรู้สึกเศร้าเสียใจมากกว่าต่อมรับรู้ความสุข....วันนี้พิมพ์อะไรสับสน เพราะอะไรหลายๆอย่างก็ยังดูงงงวยอยู่....

ยังไม่เข้าใจ และยังสับสนกับทฤษฏีของตัวเองอยู่ ...เพราะสุดท้ายตัวเองก็ยังคงเป็นเหมือนเพื่อนสาวคนนี้เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

 

...Are you sad? ...Everybody sad some time...

posted on 06 Mar 2008 00:46 by drizzle-it

โลกของผมหมุนลงช้าๆตอนที่เธอเดินจากไป

บางทีชีวิตคนเราก็เหมือนถูกไขลานจากสิ่งที่มองไม่เห็น

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ...ความจีรังคือความไม่จีรัง

ผมพยายามปรับเรื่องความคิดอย่างช้าๆ ...พยายามไม่ทานอาหารเร็วๆ

การเดินอย่างไม่รีบ ...และการรักใครซักคนเพราะรัก

/เสี้ยวจันทร์ แรมไพร/

ความฝันหลงเหลือเพียงกลิ่น เมื่อยามเราตื่น

ชีวิตคือบทสนทนากับตัวเองที่แสนจะยาวนาน

บนปลายสุดเส้นดินแดนแห่งแสงและเงา

ผมจะหยุดพักผ่อน ณ ที่ตรงนั้น

/สันติ นันทจิต/

วันที่เลิกรากับคนรัก   ทุกอย่างจะเป็นอดีตเร็วมาก

ที่เคยคิดจะสร้างอนาคตร่วมกัน   กลับกลายเป็นสร้างอดีตร่วมกัน

วันวานยังเป็นคนรักอยู่เลย

..แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว

วันวานกับวันนี้ช่างแตกต่างกันเหลือเกิน  ที่คนเราใจหายหรือเสียใจ

ก็เพราะความแตกต่างเหลือเกินนี่แหละ

/ญามิลา/

บางคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า ความรักมีความหมายซึ่งชั่วนิจนิรันดร์ ...แต่ทำไมโลกจึงมีเพลงรักที่ไม่สมหวังมากมายขนาดนั้น ...หรือการสูญเสียของความรัก ก็มีความหมายถึง ชั่วนิจนิรันดร์ด้วย?

/คมสัน นันทจิต/

อดีตเป็นสิ่งที่ทรงพลานุภาพเป็นอย่างยิ่ง  เข็มนาฬิกาที่กระดิกตัวเคลื่อน เป็นเพียงตัวแทนกาลเวลาที่ล่วงเลยผ่านเท่านั้น ปัจจุบันที่เราเห็นคือภาพลวงตา  เรื่องราวเมื่อวานนี้ต่างหากที่เกิดขึ้นจริง

...ภาพความทรงจำที่เรามีให้แก่กัน  นั่นจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้  เมื่อเธอและฉัน มีความหมายรวมกันเท่ากับคำว่าเรา  ดังนั้นเชื่อกันเถอะทุกๆคน ....ว่าภาพความหลังของพวกเรา คือความสวยงามที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลก ทีไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้

/คมสัน นันทจิต/

ผมไม่ใช่คนที่จ่อมจมอยู่กับอดีต แต่เท่าที่รู้คือ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมทิ้งน้อยมาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสิ่งนั้นเป็นเครื่องเตือนให้นึกถึงความรู้สึกดีๆในวันวาน

...บ่อยครั้งที่ผมนึกว่า  ในช่วงชีวิตหนึ่ง...คนเราจะสามารถมีความรักกันได้สักกี่ครั้ง

/เดปป์ นนทเขตคาม/

...Are you sad? ...Everybody sad some time...

มีคนบอกผมว่า Last life in the univerve ไม่ใช่หนังที่ชอบที่สุด

แต่สิ่งที่เขาชอบที่สุดนั้น คือมันเป็นหนังเรื่องเดียวที่บอกผมว่าการมีใครสักคนเคียงข้างนั้นช่างมีความหมายจริงๆ

...อาจจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดของการมีชีวิตเลยด้วยซ้ำ...

/วรพจน์ พันธ์พงษ์/

 

>>> รอยยิ้มเปี่ยมสุขปรากฏบนใบหน้า...บางทีอาจจะเป็นเส้นทางที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเดินมาก่อนในชีวิต...ได้แต่หวังว่าเส้นทางนี้จะไร้ที่สิ้นสุด...แต่ไม่ว่าทางจะไกลแค่ไหน....ก็ย่อมมีจุดปลายสุดของมัน

>>>"โกวโกว หรือท่านลืมเลือนแล้วว่า ตอนอยู่ในสุสานโบราณ ข้าพเจ้าเคยรับปากท่านว่า ท่านให้ข้าพเจ้าทำอะไร ข้าพเจ้าจะทำเช่นนั้น "

เซียงเล่งนึ่งทอดถอนใจ"นั้นเป็นเรื่องเมื่อกาลก่อนนานมาแล้ว... "

เอี้ยก่วยกล่าวว่า "สำหรับข้าพเจ้า....เป็นเช่นเดียวกัน..ตลอดกาล "

>>>...วันนี้ยังคงเป็นวันท้องฟ้าโปร่ง แสงแดยังคงอบอุ่นยิ่ง ...เขานอนผึ่งแดดเอนกายอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นอีก กระดูกทั่วร่างเขาคล้ายหลุดสลายจากกัน  เขาคล้ายไม่ครุ่นคิดถึงเรื่องราวใด ...ซึ่งที่จริงในใจของเขา...ครุ่นคิดถึงเรื่องราวไม่น้อย

>>>ลมยังคงเป็นลมเมื่อครู่ เมฆยังคงเป็นเมฆเมื่อครู่ ...แต่ในความรู้สึกของโป่วอังเซาะ โลกนี้เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เปลี่ยนเป็นเวิ้งว้างว่างเปล่า

...มีแต่ตอนที่รักคนผู้หนึ่งอย่างแท้จริง  ท่านจึงบังเกิดความปวดร้าวอย่างแท้จริง  นี่เป็นความจริง   หนึ่งในความเศร้าโศกของมนุษยชาติ  ...แต่ขอเพียงท่านมีความรักอย่างแท้จริง  ความปวดร้าวเช่นนี้ก็คู่ควร

>>>" ซึ่งความจริงในชีวิตผู้คน เรื่องราวที่พาให้หม่นหมองที่สุด  มิใช่การพรากจาก  หากแต่เป็นการอยู่ร่วม "

 "อยู่ร่วม??"    "เพราะเหตุใด?..."

"...หากไม่อยู่ร่วม  ไหนเลยมีการพรากจาก? " เอี๊ยบไคใคร่ครวญเป็นเวลานาน อดทอดถอนใจมิได้ พึมพำว่า "มิผิด หากไม่ผ่านการอยู่ร่วม ไหนเลยมีการพรากจาก "  ...เขาย้ำทบทวนถ้อยคำ2ประโยคนี้ คล้ายเซื่องซึมเซาอยู่บ้าง

>>>"ยินดีด้วย" นี่เพียงเป็นคำพูดสามคำ คำพูดธรรมดาสามคำไม่ว่าผู้ใดก็ตามในชีวิต ต้องเคยกล่าวคำพูดนี้อยู่หลายเที่ยว  ...แต่ในมวลมนุษย์นับพันๆหมื่นๆ มีสักกี่คนที่รับรู้ถึงความรู้สึกที่โป่วอังเซาะกล่าววาจาสามคำนี้? ...โป่วอังเสาะยังมีชีวิตอยู่  คนยังอยู่บนเตียง  แต่ชีวิตนี้ร่างกายนี้ คล้ายไม่ได้เป็นของโป่วอังเสาะอีก

"ยินดีด้วย" โปวอังเสาะทบทวนกล่าวคำพูดสามคำนี้ ไม่ทราบกล่าวอยู่กี่เที่ยว บางครั้งมันเองก็ไม่ทราบว่าตัวเองกล่าวอันใด...   โปวอังเสาะคล้ายมองดูเฮ้งใต้ฮ้งกับคนรักของเขา แท้ที่จริงไม่เห็นอันใด ไม่เห็นทั้งสิ้น

ความรักมีช่วงเวลาที่มืดมน แสงอาทิตย์ก็เช่นกัน อาทิตย์ลอยขึ้นแล้วตกลง แสงอาทิตย์เป็นความนิรันดร์ เช่นเดียวกับความรัก

>>>โป่วอังเสาะกำหมัดแนบแน่น ถึงกับคิดขุดหลุมฝังศพขึ้นมา มองดูนางอีกครั้ง

 .....แต่ต่อให้สามารถมองดูอีกครั้งจะเป็นไร ?..

ชีวิตอันกระชั้นสั้น ...ทิ้งไว้ซึ่งความอ้างว้างเป็นนิรันดร์

>>>มีความปวดร้าวชนิดนึง เมื่อยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยว กลับทนทานได้ง่ายกว่า

>>>ในบางโอกาส สิ่งที่คนเราทำได้ มีเพียงการนิ่งงัน... ปล่อยให้คำพูดมันจมดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ